Honey and Cinnamon รักษาโรค

Honey and Cinnamon

น้ำผึ้ง ผสมอบเชย ( Honey and Cinnamon)

น้ำ ผึ้ง เป็นอาหารเพียงชนิดเดียวในโลกนี้ที่ไม่เสีย หรือบูดเน่า จะเปลี่ยนเป็นน้ำตาล แท้จริงแล้วน้ำผึ้งแท้ก็คือน้ำผึ้งแท้อยู่วันยังค่ำ อย่างไรก็ตามถ้าปล่อยทิ้งไว้ ในที่มืดนานๆมันจะตกผลึก ถ้าหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ให้นำขวดน้ำผึ้งแช่ในน้ำร้อน ปล่อยให้ค่อยๆเย็นลงจนกลายเป็นของเหลว มันก็จะกลับคืนสู้สภาพเดิม อย่านำเข้าตู้ไมโครเวฟเด็ดขาด เพราะจะทำลายเอ็มไซม์ในน้ำผึ้ง
น้ำผึ้งกับอบเชย
กล้ากล่าวได้ว่า บริษัทยา ทั้งหลายไม่ชอบใจแน่ๆ การค้นพบข้อเท็จจริงของส่วนผสมน้ำผึ้งกับอบเชย สามารถ รักษาโรคได้เป็นส่วนมาก น้ำผึ้งสามารถผลิตได้ ทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันยังยอมรับว่าเป็น “Ram Ban” (มีประสิทธิผลมาก) ในการ รักษาโรคนานาชนิด น้ำผึ้งสามารถใช้ได้โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ
ปัจจุบันวิทยาศาสตร์กล่าวว่าแม้น้ำผึ้งจะมีรสหวาน ถ้ารับประทานในปริมาณที่เหมาะสมก็จะเป็นยาชนิดหนึ่ง ไม่เป็นอันตรายแก่ผู้ป่วยเบาหวาน

หนังสือ World Weekly News ของแคนนาดา ประจำวันที่ 17 มกราคม 1995

ได้บอกถึงสรรพคุณของน้ำผึ้งกับอบเชยว่า รักษา โรคใดได้บ้าง ซึ่งเป็นผลการ วิจัยของนักวิทยาศาสตร์ชาติตะวันตก ดังนี้ :
1. โรคหัวใจ (Heart Diseases)
เอาน้ำผึ้งผสมกับผงอบเชยแล้วป้ายขนมปังแทนเยลลีและแยม ทานเป็นประจำเป็นอาหารเช้าจะช่วยลดคอเรสเตอรัลในเส้นเลือดและช่วยลด อาการหัวใจวาย สำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว ถ้ารับประทานตามที่แนะนำมานี้เป็นประจำ ก็จะทำให้อาการเจ็บกล้ามเนื้อหัวใจทุเลา ถ้าคนปกติรับประทานเป็นประจำดังกล่าว มาก็ จะทำให้ระบบหายใจดีขึ้น การเต้นหัวใจแข็งแรงขึ้น ในสหรัฐอเมริกาและแคนนาดาสถานดูแลผู้ป่วยหลายแห่งใช้วิธีนี้บำบัดคนไข้ผลดี และค้นพบต่อไปอีกว่า เมื่อคนเราอายุมากขึ้น เส้นโลหิตแดงและโลหิตดำขาดความยืดหยุ่นและอุดตันได้ง่าย น้ำผึ้งกับอบเชยสามารถฟื้นฟูเส้นโลหิตทั้งสองชนิดได้
2. โรคปวดข้อปวดกระดูก (Arthritis)
ผู้ป่วยโรคปวดข้อปวดกระดูก อาจจะ รับประทานเป็นประจำโดยชงน้ำผึ้ง 2 ช้อนกับผงอบเชย 1 ช้อนชาในน้ำร้อนขนาดถ้วยกาแฟทุกเช้าและเย็น ก็จะทำให้ อาการ ปวดทรมานหายได้ จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยโคเปนฮาเกน พบว่าหมอให้คนไข้รับประทานน้ำผึ้งขนาด 2 ช้อนโต๊ะกับผงอบเชยขนาด ครึ่งช้อนชา ก่อน อาหารเช้า พบว่าในเวลา 1 สัปดาห์คนไข้จำนวน 73 คนจากจำนวนทั้งหมด 200 คนที่เข้าร่วมโครงการทดลองมีอาการปวดลดลง เมื่อทดลองต่อไปจนครบ 1 เดือนปรากฏว่าคนไข้ส่วนใหญ่ที่เดินไม่ได้สามารถเดินได้เองโดยไม่มี อาการปวดแต่อย่างใด
3. โรคกระเพาะปัสสาวะติดเชื้อ (Bladder Infections)
ให้ใช้ผงอบเชย 2 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1 ช้อนชาชงในน้ำอุ่น 1 แก้วแล้วดื่ม มันจะไปฆ่าเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ
4. คลอเลสเตอรอล (Cholesterol)
ชงน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะกับผงอบเชย 3 ช้อนชาในน้ำชาขนาด 16 ออนซ์ให้คนไข้ที่มีระดับคลอเลสเตอรอลสูงดื่ม ปรากฏว่าภายในเวลา 2 ชั่วโมงระดับคลอเลสเตอรอลลดลง 10 เปอร์เซ็นต์ ดังที่ได้กล่าวถึงคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคปวดข้อ ถ้าให้คนไข้ดื่มวันละ 3 เวลาก็คลอเลสเตอรอลจะหายเป็นปกติได้ ตามข้อมูลที่อ่าน จาก นิตยสาร นี้ กล่าวว่า การดื่มน้ำผึ้งบริสุทธิพร้อมอาหารเป็นประจำทุกวันช่วยลดคลอเลสเตอร อลได้
5. ไข้หวัด (Colds)
สำหรับผู้ที่มีอาการทรมานจากไข้หวัดหวัดทั่วไปหรือไข้หนัก ควรชง น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะกับผงอบเชย ¼ ช้อนทุกวัน เป็น เวลา 3 วัน ก็จะ ช่วยลดอาการไอรุนแรง และจมูกโล่ง
6. อาการท้องอืด (Upset Stomach)
ให้รับประทาน น้ำผึ้งผสมผงอบเชยจะช่วยให้อาการปวดท้องทุเลา และยังช่วยลดอาการแผลในกระเพราะอาหารได้ด้วย
7. ลมในกระเพราะ (Gas)
ผลการศึกษาในอินเดียและญี่ปุ่นพบว่า ถ้ารับประทานน้ำผึ้งกับผงอบเชยจะช่วยลดลมภายในกระเพราะอาหารลงได้
8. ระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย (Immune System)
การรับประทานน้ำผึ้งผสมผงอบเชยประจำวันจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันร่าง กายให้เข้มแข็ง ช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรียและไวรัส นักวิทยาศาสตร์พบว่าในน้ำผึ้ง มีวิตามินหลายชนิดและธาตุเหล็กเป็นจำนวนมาก การรับประทานน้ำผึ้งประจำยังเพิ่มเม็ดเลือดขาว เพื่อต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัสได้
9. อาหารไม่ย่อย (Indigestion)
โรยผงอบเชยลงบนน้ำผึ้งขนาด 2 ช้อนโต๊ะก่อนอาหาร จะ ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร และ ช่วยให้การย่อยอาหารมื้อหนักได้ดี
10. ไข้หวัดใหญ่ ( Influenza)
นักวิทยาศาสตร์สเปนได้พิสูจน์น้ำผึ้งประกอบด้วยสารอาหารธรรมชาติที่ ทำลายเชื้อไข้หวัดใหญ่และช่วยให้ผู้ป่วยให้ปลอดภัยจากไข้หวัดใหญ่
11. ยาอายุวัฒนะ (Longevity)
การดื่มชาที่ ผสมน้ำผึ้งกับผงอบเชยเป็นประจำช่วยชะลอความชรา วิธีการทำคือ ใช้น้ำผึ้ง 4 ช้อนโต๊ะ ผงอบเชย 1 ช้อน น้ำเปล่า 3 ถ้วย แล้วนำไปต้มเหมือนชา ให้ดื่ม ¼ ถ้วยวันละ 3-4 เวลา จะช่วยให้ผิวหนังเปล่งปลั่ง นุ่มมีน้ำมีนวล ช่วยทำให้อายุยืน อาจถึง 100 ปี ให้ เริ่มต้นตั้งแต่อายุราว 20 ปี
12. แก้สิว (Pimple)
ผสมน้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะกับผงอบเชย 1 ช้อนชาให้เข้ากัน แล้วป้ายบนหัวสิวก่อนนอน และ ล้างออกในวันรุ่งขึ้นด้วยน้ำอุ่น ถ้าปฏิบัติติดต่อกัน 2 สัปดาห์ก็จะ สามารถกำจัดหัวสิวได้
13. ผิวหนังติดเชื้อ (Skin Infections)
ใช้น้ำผึ้งผสมกับผงอบเชยปริมาณเท่าๆกันทาบริเวณที่ติดเชื้อ จะช่วยรักษาเรื้อนกวาง (eczema) กลาก และโรคผิวหนังชนิดต่างๆได้
14. ลดน้ำหนัก (Weight Loss)
ดื่มน้ำผึ้งผสมผงอบเชยในน้ำร้อน ทุกๆเช้าก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง ขณะท้องว่าง และก่อนนอนทุกคืน ถ้าทำเป็นประจำจะช่วยลดน้ำหนักแม้คนที่อ้วนมากๆ เช่นเดียวกัน ถ้าดื่มเครื่องดื่มที่กล่าวมานี้จะช่วยไม่ให้ไขมันสะสมในร่างกายแม้กระทั่ง ในคนที่รับประทานอาหารทีมีพลังงานสูง
15. โรคมะเร็ง Cancer)
ผลการวิจัยในญี่ปุ่นและออสเตรเลียเมื่อไม่นานมานี้พบว่า ผู้ทีเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหารและมะเร็งกระดูกในขั้นมากๆ แล้วสามารถ รักษาได้สำเร็จ
ผู้ป่วยที่ ได้รับความทรมานจากมะเร็งดังกล่าว ควร ดื่มน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะผสมผงอบเชย 1 ช้อนชาเป็นประจำ 3 เวลาประมาณ 1 เดือน
16. แก้อาการอ่อนเพลีย (Fatigue)
ผลการศึกษา เมื่อ เร็วๆนี้ แสดง ให้เห็นว่า น้ำตาล ในน้ำผึ้งมีประโยชน์มากในการเพิ่มพลังให้แก่ร่างกาย ในผู้สูงวัยทีรับประทานน้าผึ้งกับผงอบเชยในปริมาณ เท่าๆ กัน ช่วยให้กระปลี้กระเปล่าและมีร่างกายที่ยืดหยุ่น ดร. มิลตันที่ศึกษาเรื่องนี้กล่าวว่า การดื่มน้ำผึ้ง ½ ช้อนโต๊ะในแก้วหนึ่งแก้วโรยด้วยผงอบเชยเป็น ประจำหลังแปรงฟันและตอนบ่ายราวๆ 15.00 น.เมื่อร่างกายเริ่มล้า จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงมีชีวิตชีวาใน 1 สัปดาห์
17. ขจัดลมหายใจมีกลิ่น (Bad Breath)
ชาวอเมริกา ใต้ ตื่นนอนตอนเช้า สิ่งที่เขาทำอันดับแรกคือ กลั้วคอด้วยส่วนผสมของน้ำผึ้ง 1 ช้อนชากับผงอบเชยในน้ำร้อน เพื่อให้ลมหายใจสดชื่นตลอดวัน
18. ช่วยการได้ยิน (Hearing Loss)
การรับประทานน้ำผึ้งและผงอบเชยผสมกัน ใน ปริมาณเท่าๆกันเป็นประจำทุกเช้าและก่อนนอน จะ ช่วยให้การได้ยินกลับมาเหมือนเดิม
จำได้ไหม เมื่อ ครั้งเป็นเด้ก? เรากินขนมปังทาเนยโรยด้วยผงอบเชย

ที่มา : http://www.buddhayanando.com

สวยใส ด้วยโยเกิร์ต

วันนี้อ่านจากเว็บ sanook ได้สูตรเด็ด สวยด้วยโยเกิร์ต มาฝาก กันค่ะ

 

สาวๆ หลายคนอาจเคยทราบมาบ้างแล้ว สำหรับใครยังไม่เคยทำ ก็ลองดูไม่เสียหายนะ เป็นวิธีจากธรรมชาติง่ายๆ ค่ะ

“สูตรดีท็อกซ์ หุ่นเป๊ะ ล้างสำไส้แบบธรรมชาติ “

สิ่งที่ต้องเตรียมก็คือ

1. โยเกิร์ตรสธรรมชาติ
2. นมสด 1 กล่อง
3. น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
4. มะนาว ครึ่งลูก หรือเพิ่มความเปรี้ยวได้ตามชอบใจเลยค่ะ

วิธีการทำ
เทส่วนผสมทั้งหมดลงไปในถ้วย แล้วคนจนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นทานทันที สูตรนี้แนะนำให้ทานในช่วงเวลา 7-9 โมงเช้าจะดีสุดๆ ช่วยให้ขับถ่ายคล่อง โดยไม่ต้องนั่งนานๆ ค่ะ

“สูตรพอกหน้าใส ไร้สิว ด้วยโยเกิร์ต”
นอกจากโยเกิร์ตจะให้ประโยชน์ต่อสุขภาพแล้ว โยเกิร์ตยังมีประโยชน์ต่อผิวหน้าเราด้วยนะคะ ในโยเกิร์ตมีแลคโตบาซิลลัสที่สามารถช่วยขจัดแบคทีเรีย มี AHA ช่วยผลัดเซลล์ผิว ชำระล้างสิ่งสกปรก เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าด้วยค่ะ  โดยสูตรง่ายๆ ในการพอกหน้าให้เนียนสวย ไร้สิวมีดังนี้เลยค่ะ

สิ่งที่ต้องเตรียมก็คือ
1.โยเกิร์ตรสธรรมชาติ
2. น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
3. มะนาว ครึ่งลูกค่ะ

วิธีการพอกหน้าด้วยโยเกิร์ต
– นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติ แช่ในตู้เย็นให้เย็นฉ่ำ
– เมื่อโยเกิร์ตเย็นได้ที่ นำน้ำผึ้ง และมะนาวที่เตรีมไว้ มาผสมคนให้เข้ากัน จากนั้นพอกให้ทั่วใบหน้า โดยพอกทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาทีค่ะ
– จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น แล้วปิดท้ายด้วยการล้างซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำเย็นเพื่อเป็นการกระชับรูขุมขนค่ะ

เมื่อล้างส่วนผสมออก จะรู้สึกได้ถึงหน้าใหม่ที่นุ่มนิ่ม สดใสกว่าเดิม แนะนำให้ทำอาทิตย์ละครั้งนะคะ หากคุณมีรอยดำจากสิว รอยก็จะค่อยๆ จางหายไปอย่างเป็นธรรมชาติ ผิวหน้าของคุณก็จะสวย เนียน ใสแล้วค่ะ
Note : สำหรับใครที่มีผิวบอบบาง อาจไม่ต้องใส่มะนาวก็ได้นะคะ

ขอขอบคุณ :

Thichy Na Sanook

ผู้สนับสนุนเนื้อหา

http://women.sanook.com/1406759/รวมสูตรเด็ด-สวยง่ายด้วยโยเกิร์ต/

“เคล็ดลับ” ทำให้ผิว “ใต้วงแขนขาว”

   

อากาศร้อนแบบนี้สาวๆคงนึกถึง เสื้อแขนกุด สายเดี่ยว เกาะอก ออกมาใส่เป็นแน่ แต่จะทำไงดีล่ะกับผิวใต้วงแขน ที่ไม่เอื้ออำนวยให้โชว์ได้เลย วันนี้เรามีวิธีที่ง่ายแสนง่ายที่สำคัญประหยัดเงินในกระเป๋าสุดๆ ด้วยการนำของใช้ที่หาได้ในบ้านมาปฏิวัติความขาวให้ผิวใต้วงแขน เพื่อความมั่นใจของสาวๆ ค่ะ

 1. ขาวง่ายๆ ด้วยยาสีฟัน
        ยาสีฟันที่เราใช้แปรงฟันกันทุกวันนั่นแหล่ะค่ะ ใช้ได้ผลจริงๆ โดยใช้ยาสีฟันที่มีเนื้อครีมสีขาว ย้ำ สีขาวเท่านั้นยี่ห้ออะไรก็ได้แล้วแต่ความชอบ บีบแล้วป้ายเนื้อยาสีฟันให้ทั่วรักแร้ทั้งสองข้าง ควรทำก่อนอาบน้ำประมาณ 15 นาที (หรือถ้าจะทิ้งเอาไว้นานกว่านั้นก็ไม่เป็นค่ะ) จากนั้นก็ล้างออก ตอนล้างออกก็ให้ขัดๆ ถูๆ เบาๆ ไปด้วย คราบดำๆ ก็จะหลุดออกโดยง่าย วิธีนี้สามารถทำได้ทุกวันหรือทำบ่อยๆ ได้ตามสะดวกค่ะ นอกจากจะช่วยให้วงแขนขาวแล้ว ยังช่วยในเรื่องของกลิ่นตัวด้วย

2. ขาวด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน
         วิธีนี้ออกจะโบราณไปสักหน่อย แต่ได้ผลดีไม่แพ้วิธีแรกค่ะ โดยเราจะใช้สารส้มและมะนาว ในยุคนี้สารส้มเขามีการปรับปรุงรูปแบบใหม่ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น โดยทำเป็นแบบแท่งสำเร็จรูปเหมือนโรลออน เปิดฝาปุ๊บถูได้ปั๊บหาซื้อก็ง่ายตามร้านขายยาหรือร้านสะดวกซื้อทั่วไป ขั้นตอนก็ง่ายๆ ดังนี้ ให้นำสารส้มแบบแท่งไปถูๆ กับมะนาวสดผ่าซีก แล้วเอามาทาใต้รักแร้ทั้งสองข้าง ทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาทีแล้วล้างออก อย่าเกินนี้นะคะ เพราะกรดของมะนาวจะทำให้ผิวหนังที่ตายแล้วหลุดลอกออกได้ง่าย แต่ถ้าทิ้งไว้นานกรดที่ว่าอาจจะทำให้ใต้วงแขนแสบและอักเสบเป็นผื่นแดงได้ วิธีนี้ไม่ควรทำเกินสัปดาห์ละสองครั้งนะค่ะ

3. ขาวด้วยมะขามเปียก

          ใช้มะขามเปียกผสมกับนมสดทารักแร้ทิ้งไว้ประมาณ10นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด ทำอาทิตย์ละ2ครั้ง ลำพังแค่ผิวหน้ากับผิวกาย สาวๆ บางคนยังอิดออดที่จะคอยหมั่นสครับขจัดเซลล์ผิว เลยไม่แปลกที่พื้นผิวเล็กๆ และไม่โจ่งแจ้งอย่างใต้วงแขนจะไม่ได้รับการดูแลขัดผิว จนทำให้เซลล์ที่ตายแล้วเกิดการทับถมเป็นเวลานาน จนกลายเป็นสีดำหมองคล้ำไม่ขาวใส

รักแร้ขาว

          ยังไงลองไปทำกันดูนะค่ะ นอกจากนี้สาวๆ ควรดูแลผิวใต้วงแขนให้สม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มความมั่นใจสุดๆ เวลาใส่ชุดสวย เท่านี้คุณก็ไม่ตกเทรนด์สายเดี่ยว แขนกุดสุดชิคอีกต่อไป

 

สำหรับใครที่อยากขัดผิวขึ้นมาบ้าง ลองมาดูได้ที่เว็บนี้เลยนะคะ

http://sephira.lnwshop.com/category/3/face-scrub/ 

ที่มีมา guru.sanook.com

ผิวสวยใส ด้วยสตรอเบอร์รี่สด

     ช่วงนี้เริ่มเข้าฤดูสตรอเบอร์รี่กันแล้วนะคะ เดินไปเดินมาเห็นรถเข็นขายสตรอเบอร์รี่กันก็ แวะซื้อมากันซักหน่อย สตรอเบอร์รี่เนี่ยนอกจากจะไว้รับประทานกันแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อผิวทั้งภายในและภายนอกด้วยนะคะ มาดูกันเลยค่ะว่าเราสามารถนำเจ้าสตรอเบอร์รี่น้อย สีแดงๆมาทำอะไรกันได้บ้าง

**************

strawberry garden

*************

– ขัดลอกเซลล์ผิว ผ่าซีกสตรอเบอร์รี่และถูลงบนผิวหน้าให้ทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ 2-3 นาที แล้วล้างออก ผิวจะนุ่มลื่นขึ้นทันทีเลยล่ะ เพราะส่วนผสมของสตรอว์เบอร์รี่ที่ช่วยปรนเปรอผิวก็คือกรดอัลฟ่าไฮดรอกซี่ ที่ช่วยในการขัดลอกเซลล์ผิวที่ตายแล้วได้อย่างยอดเยี่ยม

– สตรอว์เบอร์รี่ครีมมาสก์ สูตรนี้น่ากินมากเลย เพราะส่วนผสมของมันก็คือสตรอเบอร์รี่ ครีม แล้วก็น้ำผึ้ง แต่อย่าเพิ่งกินมันเข้าไปล่ะ ลองทาลงบนหน้าดีกว่า ทิ้งไว้สัก 10 นาทีแล้วล้างออก ผิวคุณจะนุ่มสวยทันตา

– สตรอว์เบอร์รี่สครับสำหรับเท้า ถ้าผิวเท้าหยาบกร้านไม่น่าดู ลองปรุงสครับสูตรนี้เพื่อเอาใจเท้าคู่ใจเราสักหน่อย ส่วนผสมก็คือ สตรอเบอร์รี่ 8 ผล น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ และเกลือป่น 1 ช้อนชา บดผสมให้เข้ากันจนเป็นส่วนผสมข้นๆ แล้วถูนวดลงบนเท้า จากนั้นก็ล้างออก และรอดูเท้าที่นุ่มนวลขึ้น

– แก้ตาบวม ฝานสตรอเบอร์รี่เป็นชิ้นบางๆ และวางลงใต้ตา ผ่อนคลายสัก 10 นาทีแล้วเอาออก

– มาสก์กำจัดสิว ไม่ว่าจะเป็นสิววัยรุ่นหรือสิววัยผู้ใหญ่ ลองปราบสิวด้วยสูตรนี้ สตรอเบอร์รี่หั่น ½ ถ้วย และครีมเปรี้ยว 1 ช้อนโต๊ะ ผสมเข้าด้วยกันให้ดีแล้วทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออก

– มาสก์สำหรับผิวมัน ผสมสตรอเบอร์รี่สดบดละเอียดกับโยเกิร์ตแบบธรรมดาอย่างละเท่ากัน ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออก ความมันวาวของใบหน้าจะลดลง

ที่มา : http://women.sanook.com

เรื่องสิวๆ

20130201-135942.jpg

   เรื่องสิว ปัญหาไม่สิว จากสถาบัน Leonard Drake ได้คิดค้นวิธีการวิเคราะห์ผิวที่ลึกซึ้งมากขึ้น พบว่าเม็ดสิวตามจุดต่างๆ บนใบหน้าไม่เพียงแค่ปัญหาของผิวภายนอกเท่านั้น แต่ยังสามารถบอกได้อีกว่าตำแหน่งของสิวนั้น สะท้อนถึงความไม่ปกติของอวัยวะภายในส่วนใดบ้าง โดยแบ่งส่วนใบหน้า ลำคอ และแผ่นอกออกเป็น 14 โซน

 

******

โซนที่ 1 และโซนที่ 3
ถ้ามีปัญหาสิวบริเวณนี้ คุณอาจมีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ดังนั้นอาจต้องดื่มน้ำมากขึ้นหรือทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
 
โซนที่ 2
สิวบริเวณหว่างคิ้ว เกี่ยวกับตับ อาจมีปัญหาในการย่อยแลคโทส (ดื่มนมไม่ได้) การทานอาหารรสจัด หรือ ทานอาหารดึกเกินไป
 
โซนที่ 4 และโซนที่ 10
ผิวบริเวณหูนี้ เป็นผลพวงของไต หากรู้สึกร้อนที่หู คุณอาจต้องลดการรับประทานเนื้อสัตว์ลง
 
โซนที่ 5 และโซนที่ 9
บริเวณแก้มทั้งสองด้าน โดยแก้มส่วนบนจะเกี่ยวข้องกับไซนัสและปอด ส่วนแก้มส่วนล่าง เหงือกและฟัน สาเหตุอาจเป็นเพราะสูบบุหรี่จัด หรือ แพ้ควันบุหรี่ ภูมิแพ้ เป็นหวัดเรื้อรัง หรือ อาจใช้บลัชออนและรองพื้นไม่เหมาะสม ถ้าเป็นริ้วรอยลึกบริเวณโหนกแก้มอาจบ่งบอกถึงปัญหาเรื่องปอดหรือการหายใจ ถ้ามีสิวแบบเป็นๆ หายๆ ที่แก้มด้านล่างอาจมีปัญหาเรื่องเหงือกและฟัน หรือ โทรศัพท์มือถือไม่สะอาด
 
โซนที่ 6 และ โซนที่ 8
ตำแหน่งรอบดวงตาทั้ง 2 ข้าง เกี่ยวข้องกับไต และปัญหาภูมิแพ้ สาเหตุมาจากเครื่องสำอางที่ใช้อยู่ อาจไม่เหมาะสม หรือใส่แว่นตาที่เสียดสีมาก รอยคล้ำอาจเกิดจากการมีสารพิษตกค้างในร่างกายมาก หรือ พักผ่อนน้อย เปลือกตา หากมีความระคายเคือง อาจมาจากการเป็นภูมิแพ้ หรือขาดสารอาหาร
 
โซนที่ 7
ผิวบริเวณจมูกและริมฝีปาก แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หากมีสิวบริเวณนี้อาจหมายถึงผลกระทบของการตั้งครรภ์ การมีประจำเดือน การรับประทานยาคุมกำเนิด
 
โซนที่ 11 และโซนที่ 13
หากผิวบริเวณนี้แตกระแหง สามารถบอกได้ว่าคุณกำลังมีปัญหาของฟันกราม หรือ ปัญหาเกี่ยวกับฟัน
 
โซนที่ 12
สิวเรื่อรัง บริเวณคางนี้ สามารถบ่งบอกได้ว่าคุณกำลังมีปัญหาเรื่องลำไส้เล็ก ที่มีผลจากการรับประทานของเผ็ด
 
โซนสุดท้ายโซนที่ 14
หากคุณมีสิวบริเวณนี้แล้วล่ะก็ แสดงว่าคุณกำลังเครียดสูง การวิเคราะห์สภาพผิวหน้าตามตำแหน่งต่างๆนี้ ทำให้รู้ได้ถึงสุขภาพภายในร่างกาย สิว หรือ รอยโรคต่างๆ ที่ใบหน้า จึงไม่ใช่แค่ปัญหาที่ผิวหนังเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงปัญหาสุขภาพของเราด้วย ดังนั้น การรักษาสิว หรือ ปัญหาด้านผิวหนัง จึงต้องควบคู่กับการดูแลบำรุงสุขภาพกายของเราด้วยไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร การนอนหลับพักผ่อน การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการลดภาวะความเครียด

ที่มา : sanook.com

Silk cocoon

The circle of silkworn

Life Cycle of silkworn

     The life cycle of silkworm before a butterfly the eggs develop into the silkworm. They eat for 20-30 days, consuming large amounts of mulberry leaves. The silkworm spins a cocoon for protection, to permit the development of the pupa or chrysalis. The cocoon takes about three days to be fully complete and is a similar size to a peanut shell.

     The chrysalis emerges from the cocoon as a moth. In cultivated silk, the grub is terminated while still inside the cocoon so that the long filaments are maintained. The moths mate and the female lays more than 350 eggs. The moths then die

cocoon

     As a results from past researches find that silk cocoon has properties that are beneficial to human skin in that it acts as skin moisturizer as much as  300 times of its weight. The protein contains about 16 -18 types of Amino acid which are antioxidants with substances that kill certain types of microorganism of skin disease cause.

     Moreover, protein from cocoon also helps eliminate toxics in skin cells; thus reduces skin inflammation, accelerates wound healing and erases wrinkles. Furthermore, it is found that protein obtained from cocoon enables cells to build collagen and elastin , which play a key role in revitalizing and boosting skin to have a flexible and moisturized look in older ages.

order silk cocoon at : http://atomic-temporary-44735533.wpcomstaging.com/silk-cocoon-face-scrub/